มี Webboard ที่มีคล้ายๆ กับ silom บ้างไหมครับ ถ้ามีใครเข้าที่อื่นอยู่ช่วยบอกด้วยครับ

อยากจะหาความรู้และประสบการณ์เพิ่มน่ะครับ เห็นว่า silom มีประโยชน์แต่อยากลองเข้าไปดูที่อื่นที่เป็นแหล่งความรู้บ้าง เป็น Website หรือ Webboard ก็ได้ครับ ที่เกี่ยวกับ SMEs การลงทุน หรือ การจัดการน่ะครับ แลกเปลี่ยนกันรับ

โพสท์ใน work | 1 ความคิดเห็น

กระทู้แก้เซ็ง โพสรูปติ๊งต๊องสไตล์กุยแก

เค้าอยากผอม ๆ ๆ ๆ อยากผอม

โพสท์ใน work | 26 ความเห็น

++ กำลังจะเช่าแผงขายส่งผลไม้ ขอคำแนะนำในการเลือกตลาดระหว่าง ตลาดสี่มุมเมือง vs ตลาดชัย คะ

ตลาดไหนที่ทำให้ยอดขายผลไม้พุ่งกระฉูดดีกว่าคะ และตลาดไหนที่มีคนเดินพุกผ่านมากกว่ากันคะ

ตลาดสี่มุมเมือง vs ตลาดชัย

ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

โพสท์ใน work | 2 ความเห็น

ท่านนักธุรกิจทั้งหลาย…ช่วยตามไปตอบกระทู้นี้นิดนึงนะค่ะ

http://www.pantip.com/cafe/lumpini/topic/L2557001/L2557001.html

โพสท์ใน work | 2 ความเห็น

ขอความรู้เกี่ยวกับร้านสะดวกซื้อ7-11และเฟรชมาร์ท

ดิฉันอยากทำกิจการของครอบครัวเป็นร้านสะดวกซื้อ ร่วมกันระหว่างพื่น้องที่ขณะตกงานกันอยู่ สนใจธุรกิจร้านสะดวกซื้อ จึงขอความรู้ค่ะว่าระหว่าง 7-11 และ FreshMart ที่ไม่เสียค่าธรรมเนียม อันไหนน่าสนใจและมีข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไรค่ะ อันไหนเหมาะกับคนทุนไม่มาก ประสบการณ์น้อย แต่มีแรงงานมาก ขอบคุณค่ะ

โพสท์ใน work | ติดป้ายกำกับ | 1 ความคิดเห็น

เหนื่อยจังเลยค่ะ

เหนื่อยมาก ๆ เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ เหงาอีกต่างหาก (อาการหนัก) คนรอบตัวเยอะแยะ แต่ก็เหงาได้ แปลกเนอะ

โพสท์ใน work | 9 ความเห็น

อะไรคือการตลาดแบบ Binary เหรอครับ?

MLM นี่กระผมก็พอจะทราบมาบ้าง แต่เห็นว่ามีพูดถึงอะไรสองขา ๆ Binary และไม่เคยได้ยินมาก่อน ไม่ทราบว่ามีท่านใดพอจะอธิบายได้ไหมครับ?
ขอบคุณครับ ^ ^

โพสท์ใน work | 10 ความเห็น

~:~:~:~ กระทู้แก้เครียด: ที่ Office ทานหนมอะไรกันอ่ะคะ ~:~:~:~

อนากรู้ว่านั่งทำงานกันเนี่ย ทานหนมไปด้วยป่าว
ส่วนใหญ่ทานอะไรกันคะ

เราชอบล่อ คัพนู้ดเดิล เลย รสต้มยำกุ้งค่ะ
แล้วก้อ ทาโร .. ปีโป้ .. เลย์

ช้ววววววววบ……น้ำยายไย๋…..ไปกินต่อดีก่า

โพสท์ใน work | 16 ความเห็น

อยากเปิดร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร

ตอนนี้จะเปิดร้านขายสินค้าจำพวกผลิตภัณฑ์สมุนไพรต่าง ๆ จำพวกอาหารเสริม เครื่องสำอาง ความสวยความงาม อย่างเช่น สบู่แชมพูยาสีฟันสมุนไพร ครีมโลชั่นสมุนไพร พวกเครื่องหอมระเหยต่างๆ เกลือขัดผิว หรืออะไรก็ได้ที่เกี่ยวกับสมุนไพร แต่ว่าตอนนี้เรายังขาดข้อมูลของแหล่งผลิตซื้อขาย ที่ที่เราจะสามารถไปรับมาขายได้ในราคาขายส่ง เพราะถ้าเราติดต่อจากร้านที่เขาขายอยู่แล้วก็ต้องผ่านพ่อค้าแม่ค้าคนกลางต้นทุนมันจะสูง เราอยากขายในราคาที่ไม่แพงมาก แต่ได้ของดีของถูก ใครพอรู้จักแหล่งขายหรือทำผลิตภัณฑ์พวกนี้บ้าง ช่วยแนะนำด้วยนะคะ…

ขอบคุณค่ะ

โพสท์ใน work | 5 ความเห็น

art of strategy : ใช้รุกแทนรับ

ยามเสียเปรียบ ต้องรู้จักยืดหยุ่นพลิกแพลง !

โลกแห่งความจริงต่างจากโลกในตำรับตำรา ยากนักที่ใครหรือฝ่ายใดจะครองความได้เปรียบตลอดไปในท่ามกลางการศึก ไม่ว่าจะสนามรบหรือสมรภูมิธุรกิจ

คนเก่งจริงคือคนที่ไม่ยึดติดกับตำรา แต่รู้จักเลือกใช้ "องค์ความรู้" ที่ถูกต้องเหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความจริง

ตำราเป็นแค่ "พาหะ" ที่นำไปสู่ "แก่นแท้" ของวิชา มิใช่ว่าคือตัววิชาเสียเอง

เช่นเดียวกับภาษาที่เป็นแค่ "สื่อ" ในการถ่ายทอดความรู้ มิใช่ตัวความรู้

บทพิสูจน์ความสามารถที่แท้จริงของผู้นำผู้บริหารหรือแม่ทัพกุนซือทั้งหลาย ก็คือ ยามตกเป็นรองฝ่ายตรงข้ามหรือยามที่สถานการณ์เสียเปรียบ จะนำองค์กรหรือกองทัพฝ่ายตนพลิกกลับมาได้เปรียบหรือตีเสมอได้หรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากฝ่ายตนมีกำลัง และทรัพยากรน้อยกว่า

พวกมากเอาเปรียบพวกน้อย ทุนใหญ่กินทุนเล็ก เรื่องราวเช่นนี้ใครบ้างไม่รู้ ใครบ้างต้องให้สอน ดังนั้น ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ผู้รู้จักแค่ใช้กำลังที่มากกว่าเอาชนะผู้อื่น จึงไม่ได้รับการยอมรับนับถือสักเท่าใด

ตรงกันข้าม ผู้รู้จักใช้สติปัญญา สามารถพลิกแพลงสร้างสรรค์กลยุทธ์ใหม่ๆ ใช้จุดแข็งของตนโจมตีจุดอ่อนของข้าศึก (ที่แม้มีกำลังมากกว่า) มักได้รับความนิยมยกย่องอยู่เสมอ

ยิ่งถ้าการศึกนั้น ฝ่ายกำลังน้อยได้ชัยด้วยแล้ว ยิ่งได้รับการเทิดทูนประหนึ่ง "อัจฉริยะ" ทีเดียว

ความสำเร็จของคนเราไม่แน่ว่าจะวัดกันได้จากผลงานเสมอไป เพราะแต่ละคนแต่ละสถานการณ์แต่ละยุคสมัย ย่อมมีเงื่อนไขเหตุปัจจัยแตกต่างกัน ผลแพ้ชนะของการสัประยุทธ์ใดๆ มิใช่สัจจะสมบูรณ์ที่บอกว่าใครเก่งกาจกว่าใคร

สำคัญที่สุดก็คือ ผลลัพธ์มิได้บอกถึงสภาวะ และระดับจิตใจ วิถีทางที่คนๆ หนึ่งกระทำต่างหากที่บ่งบอกว่าเขาผู้นั้นเป็นใคร และระดับใด

ทุนมากโอกาสชนะสูง แต่มิได้หมายความว่าต้องเหนือกว่าเสมอไปในทางตรงข้าม ทุนน้อยแม้โอกาสชนะน้อย แต่ก็ใช่ว่าจะขี้ขลาดตาขาว ยอมรับสภาพเป็นรองตลอดไปเช่นกัน

จิตใจที่กล้าหาญต่างหาก จึงเป็นที่เคารพนับถือของบุคคลทั้งหลาย !

เมื่อกล่าวถึงจิตใจที่กล้าหาญ มักหวนนึกถึงท่านจูกัดเหลียง (ขงเบ้ง) หลังจากที่จ๊กก๊กสิ้นเล่าปี่ ท่านได้ฟื้นฟูความสัมพันธ์กับง่อก๊กขึ้นใหม่ เพื่อร่วมมือกันถ่วงดุลกำลังกับวุยก๊ก ภายหลังดำเนินนโยบายการทูตเสร็จสิ้น และปรับปรุงระบบราชการ และการเมืองเรียบร้อย ท่านขงเบ้งก็ตระเตรียมกำลังพล และความพร้อมของกองทัพเพื่อบุกตีวุยก๊กทันที

ในวรรณกรรมสามก๊กเล่าว่า ขงเบ้งนำทัพบุกตีวุยก๊ก 6 ครั้งแต่ตามประวัติศาสตร์จริง ท่านยกทัพเข้าโจมตีเพียง 5 ครั้ง โดยเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.771 ถึง พ.ศ.777 แต่ก่อนที่จะบรรลุภารกิจ ท่านได้สิ้นชีวิตลงเสียก่อนที่อู่จ้างหยวนในการบุกครั้งที่ 5 นี้เอง

การกรีธาทัพขึ้นเหนือเพื่อรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียว แม้ไม่ประสบผลสำเร็จดังคาดหวัง เพราะสาเหตุสำคัญ 2 ประการคือ (1) กำลังพลและทรัพยากรของจ๊กก๊กด้อยกว่ามาก มิอาจยืนหยัดทำศึกระยะยาว และ (2) ขงเบ้งมุ่งมั่นมากเกินไป ใจร้อนรีบบุกตีฝ่ายตรงข้าม โดยไม่ยอมให้ไพร่พลได้หยุดพัก จึงทำให้กองทัพอ่อนแอลงเรื่อยๆ และเกิดปัญหาเสบียงทั้งสำหรับกองทัพ และภายในแว่นแคว้น

แต่กระนั้นก็ตาม ความกล้าหาญชาญชัยของท่านที่สามารถทำให้ข้าศึกที่มีแสนยานุภาพเหนือกว่าต้องหวั่นไหวกันไปทั้งประเทศ โดยมินับว่ายังได้ชัยชนะในการศึกอีกบางส่วน ล้วนได้รับการยกย่องนับถือจากนักประวัติศาสตร์ยุคหลังยิ่งนัก

การที่ฝ่ายอ่อนแอบุกโจมตีฝ่ายที่เข้มแข็ง แม้ดูเหมือนเสี่ยง และโง่เขลา แต่ในบางสถานการณ์ กลับส่อแสดงถึงการรู้จักพลิกแพลงกลยุทธ์อย่างพิสดาร

ลองย้อนดูการศึกระหว่าง 2 ก๊กมือถือยักษ์ใหญ่ของไทย จริงอยู่ที่ AIS ยังคงเป็นเจ้าตลาดซึ่งเหนือกว่าในหลายๆ ด้าน เช่น กำลังทุน จำนวนผู้ใช้บริการ ฯลฯ แต่ในสายตาของตลาด ภาพลักษณ์ของ "ผู้นำ" ที่พยายามสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นเพื่อผู้บริโภคกำลังเบลอๆ ไม่ชัดเจนมากขึ้นทุกที ไม่แน่ใจว่าเป็นของใครกันแน่

TAC ซึ่งเดิมคือ ที่สองได้ปรับตำแหน่งตัวเอง กลายเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงแทนเจ้าตลาดไปเสียแล้ว นับตั้งแต่รีแบรนด์ดีแทค ปลดซิมล็อกจนถึงแฮปปี้ดีพร้อมท์ และมายด์แพ็คเกจเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ดีที่สุด ทุกครั้งจะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมากต่อสภาวะ และเงื่อนไขการแข่งขันโดยรวม และทำให้ก๊กอื่น ๆ ต้องปรับตัวไม่ด้านใดก็ด้านหนึ่งเพื่อรักษาสมดุลเดิมเอาไว้

กลยุทธ์ "รุกแทนรับ" ของฝ่ายที่อ่อนแอกว่าเช่นนี้นับว่าน่าสนใจอย่างยิ่ง ประโยชน์ของมันอย่างน้อยที่สุดมี 3 ประการ คือ (1) ภาพลักษณ์ที่ปรากฏแก่สายตาสาธารณชนย่อมเป็นบวกดูดี มีพลัง ฯลฯ ดังที่กล่าวข้างต้น มิฉะนั้น ต้องไม่สามารถเป็นฝ่ายบุกเข้าโจมตีเจ้าตลาด (หรือฝ่ายที่เข้มแข็งกว่า) และมิอาจขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใดๆ ให้เกิดขึ้นในสมรภูมิการแข่งขัน

(2) เพิ่มพูน "ขวัญกำลังใจ" ของฝ่ายตน การศึกใด ๆ ก็ตามต้องมีฝ่ายที่เป็นต่อ และฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำ ฯลฯ ยากนักที่จะเสมอหรือเท่าเทียมกัน ความได้เปรียบของฝ่ายหนึ่งก็คือความเสียเปรียบของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น หากเราตกเป็นรองแล้วยังมัวแต่คอยป้องกันตัวคอยแต่รับมือข้าศึกอย่างเดียวก็เท่ากับถูกมัดมือมัดเท้ารอเวลาแพ้สถานเดียว ขวัญกำลังใจของกองทัพก็มีแต่ตกต่ำลงไปเรื่อยๆ

ในทางตรงข้าม ยิ่งตกเป็นเบี้ยล่างก็ยิ่งต้องพยายามแสวงหาหนทางเจาะช่องบุกเข้าโจมตีฝ่ายตรงข้ามบ้าง เพื่อปลุกขวัญกำลังใจสร้างความเชื่อมั่น และเร้าจิตใจทุกคนให้ฮึกเหิมห้าวหาญ บุกบั่นสู้ต่อไปจนกว่าจะถึงชัยชนะ

(3) ปิด "จุดอ่อน" ของตัวเอง ฝ่ายที่อ่อนแอย่อมมีจุดอ่อนมากกว่าฝ่ายที่เข้มแข็งการยืนสงบเป็นเป้านิ่งให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ากระทำ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้ข้าศึกโจมตีเข้ามาที่จุดอ่อนช่องโหว่ของตนมากขึ้น และหนักขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้นจะปิดป้องก็ไม่รู้จะป้องอย่างไร เพราะตนเองอ่อนแอกว่า

กลยุทธ์ดีที่สุดคือ "ชิงเป็นฝ่ายรุก" แทนที่จะตั้งรับอย่างเดียว โดยรุกโจมตีที่จุดอ่อนของฝ่ายตรงข้าม ดังที่เคยกล่าวแล้ว สรรพสิ่งล้วนมีจุดอ่อนอยู่ที่ว่าเรามองออกหรือไม่เท่านั้น

หากเรารุกโจมตีที่จุดอ่อนของข้าศึกก่อน อย่างไรเสีย ฝ่ายนั้นย่อมต้องวกกลับมาป้องกันตนเองก่อน เมื่อข้าศึกย้อนกลับไปป้องกันตัวเอง ก็ไม่มีจังหวะโอกาสโจมตีจุดอ่อนของเรา เท่ากับว่าจุดอ่อนของเราไม่ใช่จุดอ่อนอีกต่อไป

จะมีจุดอ่อนช่องโหว่หรือไม่ จึงไม่สำคัญแต่ประการใด !

"ใช้รุกแทนรับ" คือสุดยอดกลยุทธ์พิสดารในวิชาพิชัยสงครามจีน เป็นการเปิดแนวรบใหม่ให้ตนได้เข้ากระทำบ้าง และสร้างสรรค์จังหวะโอกาสในการเข้าโจมตี และพิชิตชัยข้าศึก

อย่างไรก็ตาม ขึ้นชื่อว่าพิสดาร ย่อมมิใช่ทุกคนสามารถกระทำได้ มีเงื่อนไขสำคัญ 2 ข้อสำหรับผู้คิดจะใช้สุดยอดกลยุทธ์นี้นั่นคือ "สติปัญญาต้องล้ำลึก จิตใจต้องกล้าหาญ"

สมดั่งตำราพิชัยสงคราม อู๋ฉี่ บทที่ 4 กล่าวว่า

"เมื่อเอ่ยถึงคุณสมบัติของขุนพล คนทั่วไปมักมองกันเฉพาะความกล้าหาญ แท้จริงแล้ว ความกล้าหาญเป็นเพียงหนึ่งในเงื่อนไขหลายๆ ข้อที่พึงมี เพราะหากมอบอำนาจให้แก่คนที่มีแค่ความกล้า แต่ไร้สติปัญญา วางแผนการไม่ได้ เขาย่อมนำกองทัพเข้าสู้กับข้าศึกอย่างวู่วาม กองทัพที่รบอย่างวู่วาม โดยไม่คำนึงถึงผลได้ผลเสีย ย่อมพินาศอย่างแน่นอน "

ที่มา : http://www.bangkokbiznews.com/road/20030922/news.php?news=mar7.html

โพสท์ใน work | 22 ความเห็น