จะลงทุนทำบ่อเลี้ยงปลาซัก 70-80 ไร่ เห็นด้วยหรือไม่ แนะนำหน่อยครับ

Advertisement

หากจะลงทุน ต้องคำนวณต้นทุนอะไรบ้าง ครับ  
ข้อมูลเดิมมีอยู่ว่า

- เช่าที่ดิน 70-80 ไร่ ในราคา x,xxx บาทต่อไร่ต่อปี
- ที่ดินเดิมเป็นบ่ออยู่แล้ว ไม่ต้องแต่งเติมมากมาย

ถ้าผมจะลงทุนเลี้ยงปลา ผมต้องคำนึงถึงเรื่องอะไรอีกครับ และหลายๆท่านเห็นสมควรหรือไม่กับการลงทุนนี้

( เรื่องราคาตอนขายไม่สามารถกำหนดได้ ขึ้นอยู่กับกลไกของตลาดช่วงนั้น …. ต้องเสี่ยงพอสมควรครับ)
หรือมีใครจะแนะนำเรื่องตลาดให้ด้วยได้ยิ่งดีครับ

ขอบคุณครับ

17 ความคิดเห็น

  1. จะเลี้ยงปลาอะไรคะ

    แนะนำได้แค่  ศึกษาดูว่าจะเลี้ยงปลาอะไร ใช้เวลาเท่าไรในการเลี้ยง  6-12 เดือน ใช้ค่าอาหารในการเลี้ยงต่อเดือนเท่าไร แล้วราคาปลานั้น ณ สะพานปลาราคาตกประมาณเท่าไร คำนวนค่าใช้จ่ายทั้งหมด และคำนวนราคาปลาที่จะได้ดูว่าคุ้มมั๊ย?……….เปอร์เซ็นต์การรอดของลูกพันธุ์เท่าไร?

    การขุดบ่อเท่าไร?  ทำกี่บ่อ?  เครื่องมือที่ใช้ เช่น ปั้มลม  เครื่องสูบ  เครื่องวัดค่า BOD  

    ลองศึกษาให้กว้างกว่านี้ดีมั๊ยคะ…เพราะเท่าที่อ่านข้อมูลคุณมารู้สึกจะกว้างไปนิ๊ดดดด……..คะ เหมือนกับว่าคุณกั๊ก  หรือบอกอะไรไม่หมด  หรืออาจจะรู้แต่ว่าอยากทำแต่ยังไม่ศึกษาให้ละเอียดอีกนิ๊ดคะ  ลองเล่าให้ละเอียดมากกว่านี้อาจจะแนะนำอะไรได้มากกว่านี้คะ

    …ป.ล.     กำลังเล็งว่าจะทำอยู่เหมือนกันคะ  แต่ของเราเจาะลงลึกว่าจะทำอะไรยังไงแล้วคะ  ( แฟนคลุกคลีกับบ่อปลามาตั้งแต่เกิดเลยพอมีความรู้อยู่บ้างคะ)

  2. การเลี้ยงปลา ต้นทุนหลักอยู่ที่ค่าอาหาร รองมาคือพันธุ์ปลา และต้องมีเงินหมุนเวียนที่มากพอ เพราะวงจร 1 รอบ ตั้งแต่ตากบ่อ ลงลูกปลา จับขาย อย่างต่ำก็ 8-9 เดือนแล้ว และยิ่งลงมากขนาด 70-80 ไร่ คุณต้องมีเงินหมุนเวียน ค่าอาหาร พันธุ์ปลา คนงาน ยา ค่าไฟน้ำมัน เครื่องสูบน้ำ ซึ่งอาจถึงหลักล้านเพื่อให้พอเลี้ยงตัวในช่วง 8-9 เดือนนี้

    สิ่งที่น่าเสี่ยงคือ ราคาปลาซึ่งไม่แน่นอน ยกเว้นพวกประกันราคาเช่น ทับทิม ของ ซีพี เพราะคุณไม่สามารถเดาราคาได้ว่า อีก 8-9 เดือนต่อจะนี้ ราคาจะเป็นยังไง ค่าอาหารก็มีแนวโน้มจะขึ้นตลอดตามราคาน้ำมัน ถ้าได้ระยะเลี้ยงที่กำหนด น้ำหนักถึงขนาดจับแล้ว แต่ราคาไม่ได้ก็ต้องเลี้ยงต่อซึ่งปลาจะโตไม่คุ้มกับอาหารที่ลงไปแล้ว ทำให้กำไรลดลง

    ถ้าจะเลี้ยงและผู้เลี้ยงยังไม่มีประสบการณ์มาก่อน อาจจะลงสัก 4-5 บ่อก่อนก็ได้ ถ้าเลี้ยงพวก ดุก นิล ราคาจะไม่ค่อยดีนัก ถ้าถีบขึ้นไปเป็น กระพงขาว ช่อน ได้จะกำไรต่อตัวมากกว่า

    กรณีที่ตลาดรองรับปลาสดไม่ดี ก็สามารถแปรรูปได้คับ โดยเฉพาะพวกปลาช่อนแดดเดียว สมมุติวิดบ่อแล้ว แล่ปลาช่อน แล้วน็อคน้ำแข็งเก็บห้องเย็นไว้ พอจะทำปลาแดดเดียวก็ค่อยเอาออกมา ทาเกลือตากและจำหน่าย กำไรก็จะเพิ่มขึ้น เป็นการกระจายตลาดและเพิ่มช่องทางจำหน่ายได้มากขึ้น

    เคยอ่านเจอว่าตลาดช่อนแดดเดียวส่งออกพวก ตะวันออกกลาง หรือมาเลย์ได้ ระยะเลี้ยงจะไม่มาก คือเอาตัวไม่ใหญ่ ประมาณ 4-5 ตัวโล ส่วนบู่ส่งออกไต้หวันหรือฮ่องกง ข้อมูลอาจไม่อัพเดท ลองเช็คอีกทีนะคับ

  3. ลองดูปลาเนื้ออ่อนสิครับ ราคา 100 บาท/กก เคยดูรายการ อ อภิชาติ ดำดี เห็นว่า ตลาดยังต้องการมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ คนเลี้ยงอยู่นครสวรรค์ ไม่รู้ว่า อำเภอไหนอะ

  4. แถวสุ1000
    เขาเลี้ยงเป็นร้อยไร่ เลยคุณ ขอบอก

    แสดงว่ายังไม่มีความรู้เรื่องนี้ ทดลองเลี้ยงสัก 20 ไร่ก่อนดีไหม(ต่ำกว่า 20ไร่ ปลาสลิด ไม่คุ้ม)
    คุณต้องศึกษาเรื่องอาหารปลาก่อน อาหารลอย อาหารจม
    ปัญหาที่ต้องระวังมากที่สุด คือ ถูกขโมย และวางยาครับ

  5. \"เด็กชาย\"/ … เข้า มา ดูด ๆ ๆ  แบ่ร แบ่ร

  6. โทษนะ อย่าว่าขัดคอเลย
    แต่มันเป็น มิจฉาอาชีวะนะคะ
    ที่บ้านเราก็มีที่ดินเป็นพันไร่
    น้องสาวจะเลี้ยงปลาไว้ขาย เราก็ห้ามน่ะค่ะ

    เงินที่ได้มา กับผลที่จะตามมา
    มันไม่คุ้มกัน

    อย่างพวกขายไก่ ไรงี้อะนะคะ
    ทราบมาว่า เวลาเขาสั่งไก่มาเพื่อฆ่าจำหน่าย
    อาการเจ็บไข้กำเริบทันที
    เขาใช้วิธีทำบุญหนีบาป แต่ก็หนีได้ชั่วคราวน่ะค่ะ
    เมื่อถึงจุดที่กรรมตามทัน มันไม่คุ้มกัน

    อโรคยา ปรมา ลาภา

  7. น่าสนใจครับ เเต่กลัวบาปอ่ะ เหะๆ

  8. ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ

    ขอแจงต่อครับ จิงๆไม่ได้กั๊กครับ ได้ศึกษามาเป็นระยะเวลาพอสมควรครับ แต่เกรงว่าเอามาพูดในนี้ กลัวไม่ได้คำตอบครับ เพราะ ไม่ค่อยเห็นกระทู้เกี่ยวกับพวกเกษตรเลยครับ

    - ขอบคุณมากครับ สำหรับ ความคิดเห็นอง ผู้สัญจร ที่ช่วยชี้แนะให้ครับ  ปลาที่จะเลี้ยงตอนนี้กำลังคิดหลายตลบครับว่าจะเลี้ยงปลาอะไรดี ปลาที่สนใจได้แก่
    1. ปลาดุก : ปลาดุกเลี้ยงง่าย ผลผลิตต่อบ่อเยอะ ระยะการเลี้ยงสั้น 4-5 เดือนก็จับขายได้ครับ แต่ราคาไม่แน่นอนครับ ถ้าราคาตก อาจถึงขั้นขาดทุน
    2. ปลานิล : ปลานิลเลี้ยงต้นทุนถูกมากเมื่อเทียบกับปลาดุก   แต่ใช้เวลาเลี้ยงนานกว่าปลาดุก และ ผลผลิตต่อบ่อน้อยกว่าปลาดุก ราคาก็เหมือนๆปลาดุกครับ ขึ้นๆลงๆ
    3. ปลาสวาย : เลี้ยงง่ายสุดๆ ให้อะไรก็กิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ แต่ใช้เวลาเลี้ยงนาน ด้านตลาดรู้สึกจะแคบกว่าปลาดุก กับ ปลานิลครับ
    4. กุ้งก้ามกราม : เลี้ยงยากหน่อย ต้นทุนต่ำ ผลผลิตต่อบ่อน้อย แต่กำไรดี

    ส่วนปลาช่อน ไม่เลี้ยงครับ ต้นทุนสูงมากๆๆๆ ครับ  ปลากระพงก็ไม่เลี้ยงครับ เสี่ยงสูงครับ น๊อกที น๊อกทั้งบ่อ .. อื่นๆ

    สำหรับที่ดินที่เช่า นั้นเป็นรูปบ่อเรียบร้อยแล้วครับ สามารถปล่อยน้ำแล้วเลี้ยงได้เลย

    สำหรับคุณสัญจรถ้าสนใจจะแชร์ความคิดเห้นกันก็ได้นะครับ อิอิ

  9. ขอบคุณ ความคิดเห็นของคุณห่าน ด้วยครับ ที่ให้ข้อมูลที่น่าสนใจ  *** ผมอยากส่งออกช่วยชี้แนะผมด้วยนะครับ ****

    ขอบคุณ คุณแมวเกเรครับ ที่ที่ผมเช่าอยู่ที่สุพรรณเหมือนกันครับ  เรื่องอาหารปลา ผมคงต้องตัดสินใจก่อนครับว่าจะเลี้ยงปลาอะไรดี แต่ที่แน่ๆ คงเลี้ยงด้วยอาหารที่คุ้มที่สุดครับ ( ยังงงๆอยู่ว่าจะเอาปลาอะไร จะรูปแบบไหน ลงทุนเยอะ กำไรน้อย แต่เม็ดเงินขึ้นมาเยอะ หรือ ลงทุนน้อย กำไรเยอะ แต่เม็ดเงินน้อย )  ผมเลยเข้ามาขอความคิดเห้นอะครับ

    – ขอบคุณ ความคิดเห็น 6 ครับ สำหรับคำแนะนำ สิ่งที่คุณว่ามันก็จริงครับ แต่ผมเข้ามาในวงการนี้แล้ว เพียงได้คิดปลอบใจตัวเองว่า  ถึงเราจะบาปที่เราส่งมันไปตาย แต่ขอให้บาปนั้นหักล้างกับบุญที่เราอุตส่าห์เลี้ยงมันมาให้โต  อะครับ ผมคิดอย่างนี้เลยกะจะลุยต่ออะครับ

    *** ขอคำแนะนำเพิ่มด้วยครับ ***

  10. ปลากระพงเขาเลี้ยง น้ำกร่อย

    สุพรรณ เลี้ยงปลาช่อนกันเยอะ เป็นปลากินเนื้อ ต้นทุนสูงตามที่บอก
    เลี้ยงปลาดุก ต้องขยันหาอาหาร เช่น ไส้ไก่ ไส้ปลา จะลดต้นทุน ค่าอาหารเม็ด
    แนะนำว่าเลี้ยงปลา บู่

  11. กุ้งก้ามกราม  ไม่แนะให้เลี้ยงคะ ตอนนี้และอนาคตใกล้ๆราคาตกคะ  

    ถ้าเริ่มแบบง่ายๆ ลองติดต่อ CP ดูสิคะ  เค้าจะให้พันธุ์ปลา + อาหารปลา และแนะนำวิธีเลี้ยง เท่าที่ทราบมา บ่อหนึ่งใช้เวลาเลี้ยง 3-4 เดือน( CP รับประกันราคา) รวมแล้วกำไรตกต่อบ่อ  2หมื่นกว่า ถ้าเลี้ยงสัก 60- 70 ไร่ น่าจะได้สัก เกือบสิบบ่อ รวมแล้วก็ตก 2แสนต่อ 3-4 เดือน ก็น่าจะใช้ได้ ไม่ค่อยเสี่ยงเท่ากับเราหาประสบการณ์ไปในตัวด้วย

  12. #10ปลาบู่ตลาดกว้างเปล่าครับ ขอข้อูลด้วยครับ แต่เห้นว่าต้องเลี้ยงเป็นปีหนิครับ ต้องมีเครื่องตีน้ำด้วยหรือเปล่าครับ

    #11ที่ผมคำนวณคร่าวๆ ผมต้องกำไรต่อเดือน แสนนึง อะครับ ถึงจะอยู่ได้ ถ้า 2-3 แสนต่อ 3-4 เดือน คงทำไม่ได้ครับ ดูแล้วไม่คุ้มครับ

    กุ้งก้ามกราม  ไม่แนะให้เลี้ยงคะ ตอนนี้และอนาคตใกล้ๆราคาตกคะ    ——–  ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวต้องลองไปปรึกษาผู้ใหญ่ดู

  13. ไอ้ค่าเช่า xxxx  ของคุณ นั่น ต่ำสุด ถ้าคิดว่า 1000 บาท  ก็ ตกค่าเช่า เดือนละ 80000 เข้าไปแล้ว ขนาดเลี้ยงของ ซีพี มีประกันราคา มีพี่เลี้ยงเลย ก็ยังไม่รอดนะครับ

  14. ปีละพันเก้าต่อไร่ครับ คุณรักท่นี่จังเลย  ถ้าเดือนละพันผมคงทำไม่ไหวอย่างที่คุณว่าแหละครับ

    แต่ตอนนี้กำลังปวดหัวอยู่ว่าจะลงปลาอะไรดีแล้วลงยังไง ถ้าลงรุ่นดียวกันหมดเลย อีก 3-4 เดือนข้างหน้า ผมต้องหาเงินก้อนโต มาให้ปลาพวกนี้กิน จะหาไหวเปล่ายังไม่รู้  

    ใครพอแนะนำวิธีบริหารตรงนี้ให้ได้บ้างครับ

  15. งั้นแนะให้ทำอาหารเองเลยคะ ราคาต้นทุนจะลดลงไปเยอะเลยคะ

    ตลาดปลาบู่กว้างคะ ปริมาณผลผลิตไม่พอกับความต้องการท้องตลาดมานานแล้วคะ แต่ ปลาบู่เป็นปลาที่มีนิสัยชอบอยู่นิ่งๆไม่ค่อยกินเหยื่อ…และใช้เวลา 1 ปีในการเลี้ยง  เท่าที่ทราบมา  ในตลาดบ้านเรา ปลาบู่ที่มีขายทั่วไป   80 เปอร์เซ็นต์มาจากธรรมชาติและอีก 20 เปอร์เซ็นต์มาจากการเพาะเลี้ยงคะ

    ราคาค่าเช่าบ่อตกปีละพันกว่าขึ้นไปคะ  ถ้าคุณเช่า 60-70 ไร่ก็ตกประมาณ  140000  ต่อปี   ค่าไฟประมาณ 4 -5 พันต่อเดือน  ค่าอาหาร ตกประมาณ  หมื่นขึ้น…….แต่ถ้าทำอาหารเองจะตกประมาณ  6- 8 พันต่อเดือน  ถ้ากู้มาเลี้ยงคุณคงต้องการกำไรถึงเดือนละแสนขึ้นไปถึงจะอยู่ได้…….

    จากที่คุณว่า คุณต้องมีกำไรถึงเดือนละแสนถึงจะอยู่ได้ แสดงว่าคุณกู้เงินมาลงทุน คงประมาณสัก 3 ล้าน

    งั้นปลาที่คุณควรจะลงน่าจะเป้นปลาที่มีราคค่อนข้างสูง  ลองสำรวจราคาปลาที่สะพานปลาก่อนจะดีกว่าคะ ดูว่ามีปลาอะไรมั๊งที่ราคาค่อนข้างสูง…(อันนี้ให้คูรไปหาข้อมูลเองดีกว่าคะ เรามีปลาที่คิดไว้แล้วคะ…)

  16. จะเลี้ยงปลาก็ต้องดูแหล่งน้ำด้วยครับ เสริมๆ ขาดน้ำปลาตายแหง

  17. ขอบคุณ คุณผู้สัญจรมากครับ

    ถามอีกหน่อยถ้าผมจะเลี้ยงปลาดุกจะดีไม๊ครับ

ปิดการแสดงความเห็น