+โดนตีราคาภาษีโรงเรือนกับภาษีป้าย (ลมจะใส่)+

ร้านเป็นตู้คอนเทรนเนอร์ขายอุปกรณ์สุนัข แมว อาหารสุนัข ตัวตู้ขนาด 6*2 ตร.มแต่ไปตั้งอยู่บนสนามหญ้าที่ยกสูงขึ้นมาขนาด 9*4 ตร.ม ร้านตั้งอยู่ในปั้มน้ำมัน
จนท. มาตีราคาภาษีโรงเรือนแล้ว ปีละ 5พันกว่าบาท (ตีราคาภาษีรวมกับปั้ม) เจ้าของปั้มบอกว่าถ้าแยกเสียจะแพงกว่านี้

ส่วนภาษีป้าย ตัวตู้คอนเทรนเนอร์ผมเอารูปหมา แมว มาติดไว้เต็มตู้เลย มีคนเตือนว่าเจ้าหน้าที่ที่จะมาตีราคาเค้าจะตีพวกรูปพวกนี้เป็นป้ายสัญลักษณ์ไปด้วย

อยากถามเพื่อนๆพี่ๆว่า ที่ภาษีโรงเรือนตีออกมาแบบนี้แพงไปหรือเปล่า แล้วถ้าไม่ยอมเสียภาษีโรงเรือนกับป้ายนี่จะเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ร้านผมก็เป็นร้านเล็กๆขายของได้เดือนนึงหักกำไรแล้วเหลือ 6-7 พันกว่าบาท ทำมาหากินสุจริตแล้วเป็นแบบนี้ชักท้อๆใจแล้วเหมือนกัน

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาให้ความคิดเห็นนะครับ

หนึ่งความคิดบน “+โดนตีราคาภาษีโรงเรือนกับภาษีป้าย (ลมจะใส่)+

  1. ภาษีป้ายที่มีคนเตือนถูกต้องแล้วค่ะ เพราะเค้าจะคิดเป็นขนาดของตู้คอนเทนเนอร์แล้วถ้ามีตัวอักษรภาษาอังกฤษจะแพงกว่าภาษาไทย แก้ใขโดยใช้สติกเกอร์ตัดเป็นกรอบเขียนชื่อร้านเข้าไปภายในกรอบ เค้าจะคิดขนาดของป้ายเท่ากรอบที่เราติด เพราะเคยมีประสบการณ์จากเปิดร้านเสริมสวยหน้าร้านเป็นกระจก เราติดชื่อร้านบนกระจก โดนขนาดป้ายเท่าขนาดกระจกเลยค่ะ แต่เค้าก็แนะนำว่าให้ตัดกรอบใส่ชื่อร้านแล้วแปะบนกระจก ส่วนเรื่องอื่นไม่มีความรู้

  2. จนท. มาตีราคาภาษีโรงเรือนแล้ว ปีละ 5พันกว่าบาท (ตีราคาภาษีรวมกับปั้ม) เจ้าของปั้มบอกว่าถ้าแยกเสียจะแพงกว่านี้

    อัตราภาษีคือ 12.5% ของรายได้ที่เจ้าของที่ได้รับ ตู้ที่ว่าเสียค่าเช่าเดือนละเท่าไรก็คูณ 12 คูณ 12.5% ข้อมูลที่ให้มาไม่ครบ คือถ้าปีละห้าพันกว่าบาททั้งปั๊มน้ำมันทั้งตู้ของจขกท. ก็ไม่ถือว่าแพง กลับไปดูสัญญาเช่าว่าตกลงกันว่าใครจะจ่าย ถ้าจขกท. ต้องจ่ายก็ให้คิดจากอัตราที่ว่ามา

    เรื่องภาษีป้าย ไม่ได้แพงอะไรมากมาย ไปค้นอัตราเอาเองครับ ค้นจากกูเกิ้ลนั่นแหละ ที่จำได้คือคิดกันเป็นตร. เมตร ดังนั้นขนาดตู้ที่ว่ามาภาษีต่อปีก็ไม่น่ามากเท่าไร

    ถ้าไม่จ่ายเป็นไง เรื่องภาษีโรงเรือเขาก็ตามไปเก็บกับเจ้าของที่ดิน ๆ คือจขกท. หรือเปล่าถ้าใช่ก็เลี่ยงไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ดูสัญญาเช่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ เขาจะตามไปที่เจ้าของที่ดินก่อนแล้วเจ้าของที่ดินก็มาตามที่จกขท.

    เรื่องภาษีป้ายไม่ทราบครับว่าจะไปไล่เบี้ยกับใคร แต่เท่าที่บอกมาแล้วคือคิดกันเป็นตารางเมตรดังนั้นไม่น่าแพงมาก

  3. ภาษีโรงเรือนเป็นอะไรที่ต่อรองง๊ายง่าย
    เพราะหลักเกณฑ์มันดิ้นได้ อำนาจอยู่ในมือเจ้าหน้าที่
    มีอยู่ปีหนึ่งเขามาประเมินบริษัทผม เป็นเจ้าหน้าที่ที่เพิ่งย้ายมาใหม่ ปาเข้าไปเกือบสี่แสนบาท
    ผมก็อาศัย connection เหลือไม่กี่หมื่นบาทเอง เพิ่มจากปีที่แล้วนิดนึง เหอๆๆ

    งานแบบนี้ จขกท ต้องคุยกับเขาดีๆ ขอความเห็นใจและมีอะไรติดไม้ติดมือให้หน่อย
    ที่สำคัญ ภาษีโรงเรือนขึ้นแล้วลงไม่ได้นะครับ
    ปีนี้เสียเท่าไหร่ จะเป็นฐานสำหรับปีต่อๆ ไป
    จะไปหวังว่ายอมเสียไปก่อน รอปีหน้าหรือรอเจ้าหน้าที่คนใหม่มาค่อยต่อรองอีกที ไม่ได้ครับ

  4. จขกท ต้องรีบนะ
    รีบไปคุยกับเขา เพราะมันมีขั้นตอนของมันอยู่
    ถ้าพ้นขั้นตอนนึงไปแล้ว (ผมจำรายละเอียดตรงนี้ไม่ได้ ขออภัย) แก้ไม่ได้แล้ว

  5. ผมว่าแยกจ่ายไม่รวมกับปั๊มน่าจะถูกกว่านะ
    คิดเป็นตารางเมตรน่าจะ พื้นที่ว่างก็เหมือนกันครับ คิดหมด
    แต่ไม่น่าจะแพงครับ ดูจากขนาดแล้วน่าจะน้อยกว่านี้นะ
    ส่วนป้ายก็หลายคนแนะนำแล้ว ถ้าติดบนกำแพงแล้วไม่มีกรอบ
    คิดทั้งแผ่นกำแพงเลยนะครับ

    รายได้ราชการมาจากส่วนนี้ครับ ก็ต้องคิดให้แพงที่สุดอยู่แล้ว ไม่งั้นข้าราชการจะเอาโบนัสมาจากไหนครับ

  6. ตาม  คคห. 1  ครับ  
     เสริม  แล้วเขาเก็บค่าเช่าแพงไหมครับ     ดูสัญยาว่าใครจะเป็นผู้จ่ายด้วยนะครับ

  7. ใช่ครับ ใส่กรอบให้ชื่อร้าน

    เชื่อหรือเปล่าครับ

    ผมเปิดร้านมินิมาร์ท ขนาด 4 คูหา ที่ต่างจังหวัดมา

    2 ปี ไม่เคยมีป้ายชื่อร้านเลย เพิ่งจะทำเป็น ป้ายผ้าใบ สติ๊กเกอร์

    ง่ายๆ ไม่เคยเสียภาษีป้าย เสียแต่เงินได้ส่วนบุคคล ปีละ 4000 บาท

ปิดการแสดงความเห็น